ล้างพิษด้วยวิธีธรรมชาติ

 

หากคุณมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวปวดศรีษะ, มึนงง, สมาธิสั้น, ท้องอืด, อาหารไม่ย่อย, ตาแฉะ และปวดเมื่อยตามเนื้อตัวโดยไม่มีสาเหตุแล้วละก็…คุณควรหันมาใส่ใจระบบการใช้ชีวิตประจำวันให้มากขึ้นอีกนิด เพราะนี่เป็นสัญญาณฟ้องว่าร่างกายของคุณได้สะสมสารพิษไว้มากเกินควร!!!

ที่มาของสารพิษในร่างกาย

สารพิษ หรือท็อกซินนี้ เป็นคำรวมที่ใช้เรียกสารพิษทุกชนิดที่เมื่อสะสมในร่างกายแล้วจะก่อให้เกิดผลร้ายต่อสุขภาพ ซึ่งมีท็อกซินทั้งที่เกิดขึ้นเองภายในร่างกาย และท็อกซินจากภายนอก เช่นเซลล์ที่ตายทุกวัน ของเสียที่เกิดจากกระบวนการย่อย และเผาผลาญอาหาร หรือกระบวนการชีวเคมีอื่นๆ ของเสียที่เกิดจากการสะสมของกากอาหาร ของเสียที่เกิดจากอาหารไม่ย่อย เกิดการหมักหมม และบูดเน่าในลำไส้ ฝุ่นควันในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ สารพิษที่ปนเปื้อนมากับอาหาร ฯลฯ

สารพิษต่างๆ เหล่านี้ ปกติร่างกายดำเนินการกำจัด หรือถ่ายเทมันออกตามธรรมชาติอยู่แล้วโดยอวัยวะที่ทำหน้าที่กำจัดของเสียเหล่านี้คือ ตับ, ท่อน้ำดี, ไต, ผิวหนัง, และปอด ในรูปของอุจจาระ, ปัสสาวะ, เหงื่อไคล และลมหายใจแต่เมื่อเกิดกรณีใดๆ ก็ตามที่อวัยวะเหล่านี้ไม่สามารถขับสารพิษออกไปได้เร็วพอๆ กับที่ถูกสร้างขึ้น ก็จะเกิดการสะสมของสารพิษในร่างกายซึ่งหากสะสมไว้จนถึงระดับหนึ่ง ก็จะมีผลให้ร่างกายเกิดอาการเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นได้

แหล่งที่มาของสารพิษ

1. อาหารที่รับประทานล้นเกิน และไม่ได้สัดส่วน เช่นกินเนื้อสัตว์มาก, ไขมันล้นเกิน, อาหารฟอกขาว (โดยเฉพาะแป้งและน้ำตาล) อาหารกลุ่มนี้จะถูกย่อยเป็นโมเลกุล ละเอียด เหนียวหนึบ ยิ่งถ้ารับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย ไม่ชอบรับประทานผัก และผลไม้ เมื่อผ่านจากลำไส้เล็กสู่ลำไส้ใหญ่ กากอาหารจะผ่านไปได้ลำบาก เชื้อแบคทีเรียบางจำพวกในลำไส้จะถือโอกาสย่อยสลาย ทำให้บูดเน่า ก่อเป็นสารพิษขึ้น และสารพิษนี้อาจถูกดูดซึมผ่านเข้าสู่กระแสเลือดก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บมากมาย เช่น ภูมิแพ้, มะเร็ง ฯลฯ
2. อาหารปิ้ง, ย่าง, ทอด จนเกรียมจัด มีอนุมูลอิสระมาก อนุมูลอิสระเหล่านี้เป็นพิษภายในร่างกาย และเป็นสารก่อโรคร้ายอย่างมะเร็งด้วย
3. สารปรุงแต่งในอาหาร เช่น ผงชูรสสี, กลิ่นสังเคราะห์, สารฟอกสี, สารกันบูด, สารทำให้กรอบ ฯลฯ
4. ฝุ่น, ควัน และสารพิษที่เป็นไอระเหย ปนเปื้อนมากับอากาศ
5. สารเคมีที่แปรปรวนภายในร่างกายอันเนื่องมาจากความเครียด

 

การล้างสารพิษที่หักหมมในตัวออกไป จะทำให้ร่างกายแข็งแรง เลือดลมเดินสะดวก ถ้าทำเป็นประจำก็จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพและรักษาโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หอบหืด เบาหวาน รวมทั้งลดความอ้วนได้ด้วย หัวใจสำคัญในการล้างพิษใน 1 วัน คือ จะต้องกินให้ได้แคลอรี่น้อยกว่า 800 kcal เพื่อให้ระบบย่อยและตับได้พัก ต่อจากนั้นตับจะขับสารพิษออกมาได้ และอาหารที่คุณทานในวันนั้นจะต้องไม่มีเนื้อสัตว์เข้ามาปะปนเด็ดขาด

กระบวนการล้างสารพิษ

1. เลือกผลไม้ที่คุณชอบมา 1 อย่าง เช่นมะละกอ, ฝรั่ง, แคนตาลูป, แอบเปิ้ล, ส้มโอ, ชมพู่, มะม่วง ฯลฯ ยกเว้นอยู่ 2 อย่าง คือ ทุเรียน และสับปะรด เพราะทุเรียนมีแคลอรี่สูงเกินไป และย่อยยาก ทานแล้วจะเป็นภาระกับระบบย่อย ส่วนสับปะรดนั้นมีกรดสูงมาก ถ้ากินทั้งวันท้องจะอืดได้
2. ทานแต่ผลไม้ชนิดเดียวตลอดทั้งวัน โดยอาจจะปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ เช่น ถ้าเลือกมะละกอก็อาจจะทานเป็นเนื้อมะละกอสุก หรือส้มตำ (มะละกอดิบ) ที่ใส่แต่มะละกอ กับน้ำปลามะนาวเท่านั้น ไม่ใส่เครื่องประกอบอย่างอื่นเด็ดขาด
3. พอมาถึงมื้อกลางวันก็ทานมะละกออีก แต่อาจจะเป็นน้ำมะละกอปั่นใส่น้ำตาลน้อยที่สุด หรือน้ำมะละกอคั้นสดก็ได้
4. มื้อเย็นก็ยังต้องทานมะละกออีกครั้งเป็นมื้อสุดท้ายของวันโดยอาจจะบีบมะนาวลงไปด้วยนิดหน่อยเพื่อเพิ่มรสชาติให้ไม่เลี่ยนเกินไป
5. วันรุ่งขึ้นก่อนที่จะเริ่มมื้อเช้า คุณจะต้องดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นประมาณ 2 ขวดก่อน เพราะเมื่อเราล้างสารพิษ ตับจะขับสารพิษให้มารวมกันอยู่ที่ลำไส้เล็กส่วนต้น จึงต้องดื่มน้ำอุ่นผสมมะนาวเข้าไปกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัว เพื่อให้สารพิษถูกดันออกมาจากอุจจาระ หลังจากที่ดื่มน้ำอุ่นแล้วคุณจะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำทันที แต่ถ้าไม่มีการดื่มน้ำกระตุ้นและไปทานอาหารเช้า สารพิษก็จะถูกดูดกลับเข้าไปในกระแสเลือดเหมือนเดิม ทำให้การอดอาหารล้างพิษของเราเสียปล่าวไป

Share Button

Leave a Reply